เลิกอวยอาชีพครูได้แล้ว

ในวันครูวันนี้ ที่คนเกือบทั้งประเทศจีนกำลังวุ่นอยู่กับการให้ของขวัญและกล่าวคำชื่นชมครูบาอาจารย์ ผมขออนุญาตมาพูดสวนกระแสบ้างนะครับ

อาจจะฟังดูไม่ถูกต้องนักนะครับ แต่ครูก็เป็นแค่อาชีพหนึ่งเท่านั้น ก็เหมือนกับงานอื่นๆ ที่ทำเพื่อแลกกับค่าตอบแทน แล้วทำไมถึงต้องได้รับความเคารพเป็นพิเศษล่ะ?

ครูที่สอนดีๆ ผมก็เคยเจอมาแล้ว ครูห่วยๆ ผมก็เคยเจอมาเหมือนกัน แต่ครูที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงถึงขั้นเปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปเลยนั้น ผมไม่เคยเจอเลยสักคน การสอนหนังสือเป็นหน้าที่ของครู ถ้าสอนดีก็ถือว่าเป็นความทุ่มเทในวิชาชีพ แต่คนที่มีความทุ่มเทในหน้าที่การงานก็มีอยู่ในทุกสาขาอาชีพ แล้วทำไมครูถึงควรค่าแก่การขอบคุณเป็นพิเศษล่ะ?

ปัจจุบันเกณฑ์การเข้าเป็นครูค่อนข้างต่ำ เมื่อก่อนผมเคยเห็นพวกที่ลอกการบ้าน โดดเรียนบ่อยๆ หรือแม้แต่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องจากห้องข้างๆ แล้วก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวันหนึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็จะต้องไปเป็นครู ในกรณีส่วนใหญ่ ครูต้องเผชิญหน้ากับนักเรียนที่ยังขาดวุฒิภาวะ ครูสมัยใหม่แทบจะไม่มีการอบรมสั่งสอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรมแล้ว ขอแค่สอนหนังสือได้ก็พอ ไม่ต้องพูดถึงครูหลายคนที่แม้แต่สอนหนังสือให้ดีก็ยังทำไม่ได้ แถมครูห่วยๆ คนหนึ่งยังอาจทำลายชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ทั้งชีวิต

ไม่ว่าครูจะยืนยันอย่างไรก็ตาม การลำเอียงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนักเรียนจำนวนมาก คนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากครูก็หนีไม่พ้นเด็กเรียนดีและเด็กเรียนอ่อน และในกลุ่มนี้แหละที่การทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นได้ง่ายที่สุด พ่อแม่ที่ให้ของขวัญครู, ยัดซองอั่งเปาให้ครู, หรือจ้างครูมาสอนพิเศษนั้น มีอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วน ถึงกับได้ยินมาว่าครูในโรงเรียนบางแห่ง ถึงขั้นเก็บซองอั่งเปาจากผู้ปกครองอย่างเปิดเผย แถมยังแบ่งแยกความสนใจให้นักเรียนตามจำนวนเงินในซองอั่งเปาอีกด้วย นี่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นแจ้งโลกเลยทีเดียว

การอวยและยกย่องเชิดชูครูอย่างไม่เลือกหน้าแบบนี้จะนำมาซึ่งปัญหาอะไรอีก? มันทำให้เด็กที่ยังขาดวุฒิภาวะ หรือแม้แต่ผู้ปกครองของเด็กเหล่านั้นไว้วางใจคนแปลกหน้ามากเกินไป ในสายตาของพวกเขา ครูได้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าพ่อแม่เสียอีก คำพูดของพ่อแม่ไม่ฟัง แต่คำพูดของครูจะต้องฟัง แต่ใครเคยสำรวจบ้างว่าในหมู่ครูบาอาจารย์นั้น มีพวกใคร่เด็กซ่อนอยู่กี่คน? ในประเทศจีนที่ขาดการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา จะมีโศกนาฏกรรมแบบฝางซือฉีเกิดขึ้นกี่ครั้งในแต่ละวัน?

ตอนประถมหก มีครูคนหนึ่งลาไปคลอดลูก โรงเรียนก็เลยส่งครูผู้ชายวัยกลางคนจากต่างจังหวัดมาสอนแทน นอกจากเขาจะชอบด่านักเรียนที่ซุกซนเสียงดังลั่นในห้องเรียนอยู่บ่อยๆ ว่า ‘ถ้าเป็นที่บ้านฉันนะ ฉันถีบไปนานแล้ว’ เขายังชอบจับมือเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ในขณะที่อธิบายโจทย์ให้ฟังอีกด้วย ผมจำไม่ได้ว่าตัวเองโดนจับมือด้วยหรือเปล่า (เพราะผมไม่ใช่คนที่ครูโปรดปรานที่สุด) แต่ตอนนั้นพวกเรายังเด็ก ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เต็มที่ก็แค่แอบแซวกันเล่นๆ ไม่ได้คิดว่าการกระทำแบบนี้รุนแรงอะไร และไม่เคยเชื่อมโยงไปถึงเรื่องการคุกคามทางเพศเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้มาคิดดูแล้วก็รู้สึกขยะแขยงมาก

ไม่ต้องพูดถึงเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลย แม้แต่นักศึกษามหาวิทยาลัยที่เป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังเคยเจอครูอาจารย์ใช้อำนาจในหน้าที่คุกคามทางเพศ ใช้ผลการเรียน/ใบปริญญามากดดัน หรือบังคับให้นักเรียนทำงานให้ฟรีๆ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่อำนาจไม่ถูกควบคุมเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่อาชีพครูเท่านั้น การใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อประโยชน์ส่วนตนนั้น แทบจะเห็นได้ในทุกที่ที่มีอำนาจในประเทศจีน ถือเป็นปัญหาสังคมทั่วไปของจีนไปแล้ว

คุณสามารถชื่นชมและขอบคุณบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือคุณได้ แต่การยกย่องเชิดชูและอวยอาชีพใดอาชีพหนึ่งอย่างไม่เลือกหน้าแบบนี้ แท้จริงแล้วไม่มีความจำเป็นเลย

ถูกต้องครับ เราสามารถมีบุคคลที่มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ได้ (คำว่า ‘บุคคลผู้ยิ่งใหญ่’ อาจจะไม่เหมาะสมนัก เพราะการสร้างเทพเจ้าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ) แต่ไม่ควรมีอาชีพที่ยิ่งใหญ่