มุมมองของผมต่อกรณีเกม 'Devotion' ถูกแบน
คำเตือน: โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ทีม Red Candle ได้ออกมาขอโทษสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ผมจะขอพูดถึงตัวเหตุการณ์โดยตรง และลองใคร่ครวญถึงประเด็นต่าง ๆ สักเล็กน้อย
ก่อนอื่น เกิดอะไรขึ้น?
เกม ‘Devotion’ คือผลงานล่าสุดของทีม Red Candle จากไต้หวัน หลังจากเปิดตัวได้เพียงสองวัน ก็มีข่าวเผยแพร่ออกมาว่ามีตราประทับชิ้นหนึ่งในเกมที่ถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่นผู้นำประเทศ ทางทีมงานจึงรีบออกมาขอโทษและเปลี่ยนภาพประกอบดังกล่าวทันที
แต่กระแสสังคมกลับลุกลามอย่างรวดเร็ว จากแค่ตราประทับจุดเดียว ก็เริ่มมีการตีความไปเองว่าทั้งเกมมีเนื้อหาหมิ่นจีน จนนำไปสู่การคว่ำบาตรอย่างกว้างขวาง ผู้เล่นจำนวนมากที่ซื้อเกมไปต่างพากันแห่ไปขอเงินคืนใน Steam พร้อมกับถล่มรีวิวแย่ ๆ อย่างบ้าคลั่ง ในที่สุด เกมนี้ก็ถูกแบนจากแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งหมดในจีนภายในวันเดียว และ Steam ในภูมิภาคจีนก็ถอดเกมนี้ออกจากร้านค้าเช่นกัน
ทีม Red Candle มีความรับผิดชอบต่อเรื่องวุ่นวายครั้งนี้หรือไม่?
แน่นอนว่าต้องมีความรับผิดชอบอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่มีภาพประกอบชิ้นนั้น เรื่องราวทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น
ทีม Red Candle ทำผิดหรือไม่?
ผมคิดว่าพวกเขาไม่ได้ทำผิด การล้อเลียนผู้นำประเทศเป็นสิ่งที่ได้รับอนุญาตในทุกประเทศประชาธิปไตย และผู้คนก็พูดเล่นกันเป็นประจำจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว คนที่ใส่ภาพประกอบชิ้นนั้นเข้าไปก็คงไม่ได้คิดอะไรมากเช่นกัน หากเป็นสภาพแวดล้อมทางการเมืองเมื่อห้าปีก่อน ถ้าทุกคนเห็น Easter egg แบบนี้ คงจะแค่ยิ้มให้กัน รู้สึกขบขัน และไม่เก็บมาใส่ใจอะไรเลยด้วยซ้ำ แม้แต่ในวันนี้ ก็ยังมีมีม บทความ หรือความคิดเห็นในลักษณะล้อเลียนต่าง ๆ มากมายอยู่บนอินเทอร์เน็ต
เส้นแดงของเราถูกรัดกุมขึ้นทุกวัน Red Candle ไม่มีหน้าที่ต้องไปทำความเข้าใจว่าขีดจำกัดเหล่านั้นอยู่ตรงไหนกันแน่ สิ่งที่เราควรพิจารณาคือปัญหาของระบบ ไม่ใช่พุ่งเป้าโจมตีทีมผู้สร้างในทันที
คำว่า “แอบซ่อนวาระส่วนตัว” หมายถึงอะไร?
ผมเคยได้ยินคำว่า ‘แอบซ่อนวาระส่วนตัว’ มาก่อนตอนที่มีคนพูดถึงกรณีที่นักแปลจงใจใส่ความเห็นส่วนตัวเข้าไปในการแปลงานของผู้อื่น บางครั้งถึงขั้นบิดเบือนความหมายเดิมของต้นฉบับเลยด้วยซ้ำ แต่เกม ‘Devotion’ ทั้งเกมเป็นผลงานต้นฉบับของทีม Red Candle อยู่แล้ว ทั้งหมดล้วนเป็น ‘วาระส่วนตัว’ ของพวกเขา แล้วจะเรียกได้ว่า ‘แอบซ่อนวาระส่วนตัว’ ได้อย่างไรเล่า?
มีการหมิ่นจีนหรือไม่?
ในเกมมีแค่ Easter egg ที่เป็นตราประทับชิ้นหนึ่งเท่านั้น การบอกว่าเป็นการหมิ่นจีนนั้นเป็นเรื่องที่คิดไปเองล้วน ๆ ทีมผู้สร้างก็ได้ออกมาอธิบายและขอโทษไปแล้วด้วย อยากจะกล่าวโทษใคร ก็ย่อมหาเหตุผลมากล่าวหาได้เสมอ สถานการณ์คล้าย ๆ กันนี้เคยเกิดขึ้นในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมมาแล้ว ใช่แล้วครับ นี่คือการลงโทษทางวรรณกรรม (文字狱)
คนที่จินตนาการว่าเกมนี้หมิ่นจีนกล่าวไว้ดังนี้: ตู้เม่ยซิน = หัวใจที่มุ่งสู่สหรัฐอเมริกา ลู่กงหมิง = พลเมืองลู่ (แฝงนัยถึงพลเมืองจีนแผ่นดินใหญ่) ลู่ซินเซ่อ = หัวใจจีนแผ่นดินใหญ่คือลัทธิประหลาด คะแนน 89 แฝงนัยถึงเหตุการณ์ดังบางอย่าง เทียน 49 แทนปี 1949 1987/10/1~1987/10/7 แฝงนัยถึงวันชาติ
ในความเป็นจริง ชาวเน็ตจำนวนมากยังจินตนาการไปเองแบบนี้: ตู้เม่ยซิน = dmx = ดาราดัง เม่ยซิน = การออกเสียงภาษาไต้หวันของคำว่า ‘ความเชื่อโชคลาง’ ลู่กงหมิง = การออกเสียงภาษาไต้หวันของคำว่า ‘เส้นทางที่สดใส’ ลู่ซินเซ่อ = การใช้คำว่า ‘X ซินเซ่อ’, ‘X ซินฮุ่ย’, ‘X ซินเจี้ยว’ เป็นเรื่องปกติมากในไต้หวัน ตัวเลขสองหลักอย่าง 89, 49 ในไต้หวันมักหมายถึงปีตามปฏิทินสาธารณรัฐ ไม่ใช่ปีตามปฏิทินเกรกอเรียน เพราะพิธีกรรมใช้เวลา 7 วัน และวันที่ 7 ตุลาคม 1987 ก็ตรงกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนั้น แถมยังมีปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัวเกิดขึ้นในวันนั้นด้วย การที่เทศกาลไหว้พระจันทร์กลับไม่ได้รวมญาติ เป็นสัญลักษณ์ของการแตกแยกในครอบครัว ซึ่งเป็นนัยยะหนึ่งในเกม ขณะเดียวกัน จันทรุปราคาในวัฒนธรรมทางศาสนา มักสื่อถึงลางร้ายและเชื่อว่าภูตผีปีศาจจะออกมาในวันนั้น การกำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันสุดท้ายของพิธีกรรมจึงยิ่งเพิ่มบรรยากาศความน่ากลัวให้กับเกม
ดังนั้น คำกล่าวหาเรื่องหมิ่นจีนจึงเป็นเพียงการจินตนาการไปเองที่เกินจริงเท่านั้น
การล้อเลียนผู้นำประเทศเท่ากับการล้อเลียนประเทศทั้งหมดหรือไม่?
ไม่เท่ากันครับ ทุกวันนี้ก็มีคนด่าโดนัลด์ ทรัมป์กันอยู่ทุกวัน ทั้งชาวต่างชาติและชาวอเมริกันเองก็ล้อเลียนเขา แต่ชาวอเมริกันกลับไม่เคยคิดว่านี่คือการด่าประเทศอเมริกาโดยรวมเลยแม้แต่น้อย บุคคลไม่ควรเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และนี่คือปรากฏการณ์ที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งในการสร้างรัฐประชาธิปไตยสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม ในเหตุการณ์วุ่นวายครั้งนี้ ผมเห็นคนจำนวนไม่น้อยที่ยึดถือทัศนคติแบบนี้ และเข้าสู่โหมดคลั่งเมื่อมีสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อย
สภาพแวดล้อมด้านเสรีภาพในการแสดงออกในปัจจุบันกำลังตึงเครียดขึ้น แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงถึงขั้นนี้ หลังจากเปิดตัวสามวันแรกที่ได้รับคำชมอย่างท่วมท้น ก็มีคนออกมาเปิดเผยเรื่องตราประทับ และคนจำนวนมากก็เริ่มจินตนาการถึงนัยยะแฝงต่าง ๆ นา ๆ รู้สึกว่าตัวเองถูกดูหมิ่น จากนั้นก็ยกระดับไปสู่ระดับประเทศ อ้างว่าเกมนี้หมิ่นจีน ทันทีนั้นเอง ก็เริ่มมีการ ‘รณรงค์คว่ำบาตร’ ครั้งใหญ่ ทั้งโพสต์ด่าทอ คอมเมนต์รัว ๆ ใต่วิดีโอที่เกี่ยวข้องเพื่อเรียกร้องให้ถอดเกมออก แห่กันไปขอเงินคืนใน Steam แล้วให้คะแนนรีวิวติดลบ และในที่สุด เกมก็ถูกแบนจากแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งหมดในจีนภายในครึ่งวัน
หรืออาจจะกล่าวได้ว่าสภาพแวดล้อมยังไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นนั้น แต่เป็นระดับของการเซ็นเซอร์ตัวเองภายใต้ความกดดันต่างหากที่รุนแรงถึงขนาดนี้
ศิลปะควรนำการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่?
มักจะมีคนพูดเสมอว่า เกม/วรรณกรรม/ภาพยนตร์/ดนตรี ฯลฯ ควรจะ ‘บริสุทธิ์’ และไม่ควรนำการเมืองมาเกี่ยวข้อง ขอโทษนะครับ ศิลปะไม่เคยห่างไกลจากการเมืองเลย ผลงานศิลปะดี ๆ มากมายมีเนื้อหาที่เกี่ยวพันกับการเมืองอย่างใกล้ชิด ศิลปะควรมีอิสระสูงสุดในการแสดงออกอย่างเต็มที่ ทั้งการปลดปล่อยความเป็นมนุษย์และการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง การที่คนกลุ่มหนึ่งบอกว่าศิลปะไม่ควรพูดเรื่องการเมือง ในขณะที่การเมืองกลับเข้าแทรกแซงศิลปะได้อย่างอิสระ (ไม่ว่าจะเป็นการเซ็นเซอร์ละคร ภาพยนตร์ หนังสือ หรือเกม) นับเป็นการกระทำที่ย้อนแย้งกันอย่างมาก ศิลปะสามารถพูดเรื่องการเมืองได้ และควรพูดด้วย วิธีการวิพากษ์วิจารณ์ของศิลปะสามารถเข้าถึงใจผู้คนได้ลึกซึ้งกว่าการสั่งสอนทั่วไป ศิลปะควรพยายามใช้พลังของตัวเองเพื่อทำลายข้อจำกัดที่ถูกกำหนดไว้
ความคิดเห็นอื่น ๆ
ห้องสนทนาของเกม ‘Devotion’ ใน Steam เพิ่งผ่านพ้นการสแปมข้อความตลอดสองวัน ซึ่งมีโพสต์บ้าคลั่งสะสมอยู่หลายพันกระทู้ และตอนนี้ก็เริ่มสงบลงแล้ว จากหัวข้อกระทู้ก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า โพสต์ใหม่ส่วนใหญ่เป็นกระทู้ที่เน้นการสนทนาอย่างมีเหตุผลแล้ว ต่างเริ่มคิดถึงสาเหตุเบื้องหลัง และชาวเน็ตจากทั้งสองฝั่งช่องแคบก็เริ่มถกเถียงถึงความแตกต่างทางมุมมองทางการเมืองของกันและกัน เป็นต้น ชาวไต้หวันจำนวนมากแสดงความเห็นว่าพวกเขาไม่คิดว่าการล้อเลียนผู้นำเป็นเรื่องร้ายแรงอะไร เช่น การที่ชาวเน็ตหรือสื่อด่าไช่อิงเหวินเป็นเรื่องปกติมากจนพวกเขาชินแล้ว แต่กลับรู้สึกขำขันเล็กน้อยที่เห็นคนจีนแผ่นดินใหญ่โวยวายกับเรื่องเล็กน้อยขนาดนี้
นอกจากนี้ ถ้าคุณไม่ชอบเกมไหน คุณสามารถขอเงินคืนหรือให้รีวิวแย่ ๆ ได้เป็นการส่วนตัว ไม่มีปัญหาเลย แต่คุณไม่สามารถใช้ความชอบส่วนตัวของคุณไปผูกมัดคนอื่นทั้งหมด และคัดค้านไม่ให้คนอื่นเล่นได้ ปรากฏการณ์ที่ทุกคนคลั่งไคล้การคว่ำบาตรและสแปมข้อความแบบนี้ มันปกติไหม มันมากเกินไปหรือเปล่า ถ้าไม่ปกติ ความบ้าคลั่งเบื้องหลังนี้มีปัญหาตรงไหนกันแน่
การทบทวนระบบและการศึกษาต่างหากคือสิ่งที่เราควรทำมากกว่า
คุณอาจบอกว่าการเมืองอยู่ไกลตัว และคุณไม่ชอบการเมือง จึงไม่อยากเข้าไปยุ่ง แต่ในความเป็นจริง การเมืองเกี่ยวข้องกับชีวิตของคุณอย่างใกล้ชิด คุณอาจพบว่าละครที่คุณดูค้างไว้ถูกถอดออกไปกะทันหัน นิยายวายที่คุณชอบอ่านถูกแบน โพสต์ Weibo ที่เพิ่งลงไปถูกลบ บัญชีบล็อกเกอร์ที่คุณติดตามมานานหายไปอย่างกะทันหัน เมื่อค้นหาข้อมูลบางอย่างกลับเห็นข้อความว่า ‘ไม่สามารถแสดงผลได้ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง’ คุณอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกจากการทำความดี พบว่านมผงที่ซื้อให้ลูกมีเมลามีนเจือปน โรงเรียนอนุบาลที่ลูกไปเรียนมีเรื่องราวไม่ชอบมาพากล วัคซีนที่เพิ่งฉีดไปหมดอายุแล้ว พ่อแม่ซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ Quanjian มาเป็นจำนวนมาก คุณตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางการเงินและไม่มีที่พึ่ง เมื่อต้องการยื่นคำร้องก็พบว่าตัวเองถูกขึ้นบัญชีดำและถูกจำกัดการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง พบว่าโลกที่คุณเห็นมีแต่ความวุ่นวาย แต่เมื่อเปิดโทรทัศน์กลับเห็นแต่ความสงบสุขและการสรรเสริญเยินยออยู่ทุกหนทุกแห่ง……การเมืองก็คือชีวิตประจำวันของคุณนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย การเดินทาง คุณไม่สามารถแยกตัวออกจากการเมืองได้ การเมืองไม่ได้เป็นเพียงแค่รัฐบาลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบนิติรัฐ ระบบการตรวจสอบ และพลเมืองทุกคนด้วย คุณควรตระหนักด้วยว่า การศึกษาทางการเมืองที่เราได้รับในห้องเรียนนั้นขาดหายไป หรือแม้แต่บิดเบือนไปจากความจริง บทเรียนที่น่าเบื่อที่ต้องท่องจำเหล่านั้นไม่สมควรเรียกว่าการเมืองเลยด้วยซ้ำ จุดประสงค์ของการเขียนย่อหน้านี้คืออยากให้ทุกคนอย่ามองว่าการเมืองเป็นเหมือนปีศาจ การเมืองอยู่ใกล้ตัวคุณมาก สิ่งที่เราทุกคนทำได้คือเรียนรู้ที่จะตรวจสอบและใช้สิทธิพลเมืองของเรา เพราะคนที่จะขึ้นเป็นผู้นำในสาขาอาชีพต่าง ๆ ในอนาคต อาจเป็นเพื่อนร่วมชั้นของคุณ วิธีที่จะทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น นอกจากการตรวจสอบผู้อื่นแล้ว ก็คือการควบคุมตัวเองด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นที่ไม่สมบูรณ์ของผม หากคุณมีสิ่งใดอยากจะพูดคุย โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ไม่ว่าคุณจะมีความเห็นตรงกันหรือไม่ก็ตาม
หลังบันทึก: ผมลองโพสต์ภาพข้อความที่แคปไว้ใน WeChat Moments ถึงสี่ครั้ง แต่ก็โพสต์ไม่ได้ แม้แต่หลังจากเซ็นเซอร์คำว่า ‘Devotion’ แล้วก็ยังเหมือนเดิม จึงตัดสินใจยอมแพ้ไปเลย การใส่ลิงก์บล็อกโดยตรงคงจะดีกว่าและโล่งใจกว่าเยอะ
แนะนำบทความที่เกี่ยวข้อง: ความคลุมเครือสองประการในข้อถกเถียงของเกม ‘Devotion’: ความหมายของการแสดงออกในเกมและตัวตนที่ ‘ถูกดูหมิ่น’ (จดหมายจากผู้อ่านของ ‘The Initium’ การอ่านต้องใช้ VPN)